Aministrator

Post

ประกาศมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี
เรื่อง การรับสมัครคัดเลือกบุคคลเพื่อเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ระดับปริญญาตรี
ภาคปกติ ประจำปีการศึกษา 2561 รอบที่ 1 การรับด้วยแฟ้มสะสมงาน (Portfolio)

ด้วยมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี จะดำเนินการรับสมัครบุคคลเพื่อเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ระดับปริญญาตรี ภาคปกติ ประจำปีการศึกษา 2561 รอบที่ 1 การรับด้วยแฟ้มสะสมงาน (Portfolio) ซึ่งมีรายละเอียด ดังนี้

>>อ่านรายละเอียดดาวน์โหลด ที่นี่<<

เข้าสู่ระบบรับสมัคร  TCAS UDRU

port

Post

ฮีตสิบสอง คองสิบสี่ (ฮีต-คอง)

ฮีตสิบสอง คองสิบสี่ เป็นจารีตประเพณีที่ชาวอีสานได้สืบทอดต่อกันมานั้นเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่า ฮีตสิบสองจะประกอบด้วยจารีตประเพณีสิบสองอย่างในสิบสองเดือน ที่เป็นแนวปฏิบัติที่สืบต่อกันมาจนเป็นแบบแผนและขนบธรรมเนียม ได้แก่ 1.ฮีตบุญเข้ากรรม(บุญเดือนอ้าย) 2.ฮีตบุญคูณลาน (เดือนยี่) 3.ฮีตบุญข้าวจี่ (เดือนสาม) 4.อีตบุญเผวสหรือบุญมหาชาติ (เดือนสี่) 5.ฮีตบุญสงกรานต์ (บุญเดือนห้า) 6.ฮีตบุญบั้งไฟ (บุญเดือนหก) 7.ฮีตบุญซำฮะ/ชำระ พิธีเลี้ยงผีปู่ตา (บุญเดือนเจ็ด) 8.ฮีตบุญเข้าพรรษา 9.ฮีตบุญข้าวประดับดิน 10.ฮีตบุญข้าวสาก 11.ฮีตบุญออกพรรษา และ 12.ฮีตบุญกฐิน บุญผ้าป่า ส่วนแนวทางที่ใช้ปฏิบัติในการดำเนินชีวิตภายใต้การอยู่ร่วมกันในสังคมจะเรียกว่า คองสิบสี่ โดยแบ่งเป็นคองสำหรับผู้ปกครอง และคองสำหรับประชาชนทั่วไป ในอดีตนอกจาก ฮีต-คอง จะมีความสำคัญต่อการดำเนินชีวิต ที่เปรียบเสมือนเข็มทิศ และปฏิทินชีวิตของชุมชนแล้ว ยังเป็นบรรทัดฐานของสังคมที่เมื่อปฏิบัติแล้วจะทำให้เกิดความสงบสุข และเป็นสิ่งที่ทุกคนในสังคมต้องเคารพและถือปฏิบัติ ดังนั้น ฮีต-คอง จึงเปรียบเสมือนกฎหมายของสังคมที่ทุกคนจะต้องปฏิบัติตาม เพราะได้กำหนดหน้าที่ จริยธรรมของทุกคนในสังคมไว้แล้ว โดยมีความเชื่อว่าสังคมใดปฏิบัติตาม ฮีต-คอง ก็จะอยู่เย็นเป็นสุข

ฮีตบุญกฐิน

ที่มา : http://www.dhammathai.org/day/kathin.php

 

หลังจากวันออกพรรษาเป็นเวลา 1 เดือน คือ ตั้งแต่วันแรม 1 ค่ำเดือน 11 จนถึงวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 12 ผู้มีจิตศรัทธาเลื่อมใส ใคร่จะทอดกฐินก็ให้ทอดได้ในระหว่างระยะเวลานี้ จะทอดก่อนหรือทอดหลังกำหนดนี้ ก็ไม่เป็นการทอดกฐิน

1 ตำนานความเป็นมา

 

มีตำนานเล่าว่าในครั้งพุทธกาล ครั้งหนึ่งพระภิกษุชาวปาไถยรัฐ (ปาวา) ผู้ทรงธุดงค์ จำนวน 30 รูป มีความประสงค์จะเฝ้าพระพุทธเจ้าซึ่งขณะนั้นประทับอยู่ ณ เชตะวันมหาวิหาร กรุงสาวัตถี  จึงพากันเดินทางไป พอไปถึงเมืองสาเกตก็เป็นวันเข้าพรรษาพอดี จึงต้องจำพรรษาอยู่ที่นั่นตามพระวินัย ครั้นออกพรรษาปวารณาแล้วก็รีบเดินทางไปเฝ้า ระหว่างทางฝนตก หนทางเป็นโคลนตม ต้องบุกลุยไปจนถึงกรุงสาวัตถีได้รับความลำบากมาก ครั้งได้เฝ้าพระพุทธองค์ทรงมีปฏิสันถารถึงเรื่องจำพรรษาและการเดินทาง พระภิกษุเหล่านั้นก็ได้ทูลถึงความตั้งใจที่จะมาเฝ้า และความยากลำบากในการเดินทางให้ทรงทราบ พระพุทธเจ้าจึงทรงมีพระพุทธานุญาตให้พระภิกษุผู้จำพรรษาครบถ้วนแล้วกรานกฐินได้ และจะได้รับอานิสงส์จากพระวินัย 5 ประการคือ ( กรานกฐิน เป็นพิธีฝ่ายภิกษุที่ได้รับมอบผ้ากฐิน แล้วนำผ้าที่ได้ไปตัดเย็บย้อมทำเป็นจีวรผืนใดผืนหนึ่ง )

  1. ไปไหนไม่ต้องบอกลา
  2. ไม่ต้องถือไตรจีวรไปครบสำรับสามผืน
  3. ฉันคณโภชนะได้ (คณโภชนะ หมายถึง พระภิกษุ 4 รูปขึ้นไป รับนิมนต์ที่เขานิมนต์โดยออกชื่อโภชนะ 5 ได้ ส่วนโภชนะ 5 หมายถึง ข้าว ปลา เนื้อ ขนมสด และขนมแห้ง)
  4. เก็บอดิเรกจีวรไว้ได้ตามปรารถนา
  5. จีวรลาภอันเกิดขึ้น จักได้แก่ภิกษุผู้ได้กรานกฐินแล้ว

 

ฉะนั้น เมื่อครบวันกำหนดกฐินเดาะแล้ว ภิกษุก็หมดสิทธิ์ต้องรักษาวินัยต่อไป พระสงฆ์จึงรับผ้ากฐินหลังออกพรรษาไปแล้ว หนึ่งเดือนได้ จึงได้ถือเป็นประเพณีปฏิบัติสืบต่อกันมาจนทุกวันนี้

 

2 ความหมาย

คำว่า ” กฐิน ” มีความหมายเกี่ยวเนื่องถึง 4 ประการ คือ

1 . เป็นชื่อของกรอบไม้ อันเป็นแม่แบบสำหรับทำจีวรที่อาจเรียกว่า ” สะดึง ” เนื่องจากสมัยพุทธกาลการทำจีวรให้มีลักษณะตามกำหนดกระทำได้โดยยาก จึงต้องทำกรอบไม้สำเร็จรูปไว้ให้เป็นอุปกรณ์ในการทำผ้านุ่ง / ผ้าห่ม / ผ้าห่มซ้อนที่รวมเรียกว่า จีวร ผืนใดผืนหนึ่งก็ได้ ( ผ้านุ่งพระ เรียกสบง / ผ้าห่ม เรียกจีวร / ผ้าห่มซ้อน เรียกสังฆาฎิ ) โดยพระสงฆ์จะช่วยกันทำโดยอาศัยแม่แบบนี้ เมื่อทำเสร็จและพ้นกำหนดกาลแล้วก็จะรื้อไม้แม่แบบเก็บไว้ใช้ในปีต่อ ๆ ไป การรื้อไม้แม่แบบเพื่อเก็บไว้ใช้ในโอกาสหน้านี้เรียกว่า ” เดาะ ” หรือ ” กฐินเดาะ ” ( เดาะกฐินก็เรียก )

2 . เป็นชื่อของผ้า ที่ถวายแก่สงฆ์เพื่อทำจีวรตามแบบหรือกรอบไม้นั้น และต้องถวายตามกำหนดเวลา ๑ เดือนดังกล่าว ซึ่งผ้านี้จะเป็นผ้าใหม่ ผ้าเก่าฟอกสะอาดหรือผ้าบังสุกุล ( ผ้าที่เขาทิ้งแล้ว ) ก็ได้ ผู้ถวายจะเป็นคฤหัสถ์หรือภิกษุสามเณรก็ได้ ถวายแก่สงฆ์แล้วเป็นอันใช้ได้

3 . เป็นชื่อของบุญกิริยา คือ การทำบุญถวายผ้ากฐินเพื่อให้สงฆ์ทำเป็นจีวร ซึ่งต้องเป็นพระสงฆ์ผู้จำพรรษาอยู่ในวัดใดวัดหนึ่งครบ ๓ เดือน ทั้งนี้ เพื่อสงเคราะห์ผู้ประพฤติชอบให้มีผ้านุ่งหรือผ้าใหม่ผลัดเปลี่ยนของเก่าที่จะขาดหรือชำรุด การทำบุญถวายผ้ากฐินหรือที่เรียกกันติดปากว่า ” ทอดกฐิน ” ก็คือการทอดหรือวางผ้าลงไปแล้วกล่าวคำถวายในท่ามกลางสงฆ์ และต้องทำในเวลาที่กำหนด ๑ เดือนที่ว่า ถ้าทำก่อนหรือหลังไม่ถือว่าเป็นกฐิน

4 . เป็นชื่อของสังฆกรรม คือ กิจกรรมของสงฆ์ที่จะต้องมีการสวดประกาศขอรับความเห็นชอบจากที่ประชุมสงฆ์ในการมอบผ้ากฐินให้แก่ภิกษุรูปใดรูปหนึ่ง

 

3 ประเภทของกฐิน

ประเภทของกฐินแยกเป็น 2 ประเภทดังนี้

          3.1 กฐินหลวง เป็นกฐินที่พระเจ้าแผ่นดินทรงบำเพ็ญพระราชกุศลเกี่ยวกับกฐิน เป็นเหตุให้เรียกกันว่า กฐินหลวง ปัจจุบันได้แบ่งกฐินหลวงออกเป็น 3 ประเภทดังนี้

3.1.1 กฐินที่กำหนดเป็นพระราชพิธี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะเสด็จพระราชดำเนินไปถวายผ้าพระกฐินด้วยพระองค์เอง หรือ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้พระบรมวงศานุวงศ์หรือองคมนตรีเป็นผู้แทนพระองค์ไปถวายเป็นประจำ ณ วัดสำคัญ ๆ ปัจจุบันมี 16 วัด เช่น วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ วัดสุทัศน์เทพวราราม วัดบวรนิเวศวิหาร เป็นต้น

3.1.2 กฐินต้น หมายถึง กฐินที่พระเจ้าแผ่นดินเสด็จพระราชดำเนินไปถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดที่มิใช่วัดหลวงและมิได้เสด็จไปอย่างเป็นทางการหรืออย่างเป็นพระราชพิธีแต่เป็นการบำเพ็ญพระราชกุศลส่วนพระองค์

3.1.3 กฐินพระราชทาน เป็นกฐินที่พระเจ้าแผ่นดินพระราชทานผ้าของหลวงแก่ผู้ที่กราบบังคมทูลขอพระราชทานไปถวายยังวัดหลวง ที่นอกเหนือไปจากวัดสำคัญ 16 วัดที่กำหนดไว้ เหตุที่มี กฐินพระราชทาน ก็เพราะปัจจุบันวัดหลวงมีจำนวนมาก จึงเปิดโอกาสให้กระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ ตลอดจนคณะบุคคลต่าง ๆ ที่สมควรขอพระราชทานผ้าพระกฐินไปถวายได้ ซึ่งกฐินดังกล่าวส่วนใหญ่ก็คือกฐินที่หน่วยงานราชการต่าง ๆ นำไปถวายนั่นเอง ทั้งนี้ ผู้ที่จะรับพระราชทานผ้ากฐินไปถวาย ณ วัดหลวงวัดใดต้องติดต่อไปยังกรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม ตามระเบียบเพื่อเป็นการจองไว้ก่อนด้วย

 

3.2 กฐินราษฎร์ หมายถึง กฐินที่ราษฎรหรือประชาชนผู้มีศรัทธานำผ้ากฐินของตนไปถวายตามวัดต่าง ๆ ยกเว้นวัดหลวง 16 วัดที่กล่าวไว้แล้ว ซึ่งจะมีชื่อเรียกต่าง ๆ ตามลักษณะของการทอด คือ

3.2.1  กฐินหรือมหากฐิน เป็นกฐินที่ราษฎรนำไปทอด ณ วัดใดวัดหนึ่งที่ตนศรัทธาเป็นการเฉพาะ ผ้าที่เป็นองค์กฐินจะเป็นผืนเดียวหรือหลายผืนก็ได้ จะเย็บแล้วหรือไม่ก็ได้ แต่ปัจจุบันส่วนใหญ่จะเป็นผ้าสำเร็จรูปแล้ว และนิยมถวายของอื่น ๆ ที่เรียกว่า บริวารกฐิน ไปพร้อมกับองค์กฐินด้วย เช่น เครื่องอุปโภคบริโภคของพระภิกษุสงฆ์ อย่างหมอน โอ่งน้ำ เตา ไม้กวาด จอบ เสียบ อาหาร ยาต่าง ๆ เป็นต้น

3.2.2  จุลกฐิน เป็นกฐินที่ต้องทำด้วยความรีบเร่ง เดิมเรียกแบบไทย ๆ ว่า กฐินแล่น เจ้าภาพที่จะทอดกฐินเช่นนี้ได้ต้องมีพวกและกำลังมาก เพราะต้องเริ่มตั้งแต่ปั่นฝ้ายเป็นด้าย ทอด้ายให้เป็นผ้า ตัดผ้าและเย็บผ้าเป็นจีวร ย้อมสี และต้องทอดภายในวันนั้น และพระสงฆ์ก็ต้องกรานและอนุโมทนาในวันนั้น ๆ ด้วย เรียกว่าเป็นกฐินที่ต้องทำทุกอย่างให้เสร็จภายในวันเดียว

3.2.3 กฐินสามัคคี เป็นกฐินที่มีเจ้าภาพหลายคนร่วมกัน ไม่จำเป็นว่าใครบริจาคมากน้อย แต่มักตั้งเป็นคณะทำงานขึ้นมาดำเนินการและมีหนังสือบอกบุญไปยังผู้อื่น เมื่อได้ปัจจัยมาเท่าไรก็จัดผ้าอันเป็นองค์กฐินรวมทั้งบริวารไปทอด ณ วัดใดวัดหนึ่งที่จองไว้ ซึ่งกฐินชนิดนี้เป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน เพราะนอกจากทำบุญกฐินแล้ว ยังนำปัจจัยที่เหลือไปช่วยทำนุบำรุงวัด เช่น ก่อสร้างศาสนสถาน บูรณะปฎิสังขรณ์โบสถ์ เจดีย์ เป็นต้น

3.2.4 กฐินตกค้าง หรือ กฐินโจร กล่าวคือในท้องถิ่นที่มีวัดมาก ๆ อาจจะมีวัดตกค้างไม่มีใครไปทอด จึงมีผู้มีจิตศรัทธาเสาะหาวัดอย่างนี้ แล้วนำกฐินไปทอด ซึ่งมักจะเป็นวันใกล้สิ้นเทศกาลกฐินหรือวันสุดท้าย จึงเรียกว่า กฐินตกค้าง หรืออาจเรียกว่า กฐินโจร เพราะกิริยาอาการที่ไปทอดอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัวจู่ ๆ ก็ไปทอด ไม่บอกกล่าวล่วงหน้าให้วัดรู้เพื่อเตรียมตัวคล้ายโจรบุก ซึ่งกฐินแบบนี้ต่างกับกฐินอื่นคือ ไม่มีการจองล่วงหน้า และจะทอดเฉพาะวัดที่ยังไม่มีใครทอด จะทอดหลายวัดก็ได้ และสามารถเอาของไทยธรรมที่เหลือจากวัดที่ไม่ได้ทอด (กรณีไปหลายวัด) ไปจัดเป็นผ้าป่า เรียกว่า ” ผ้าป่าแถมกฐิน ” ก็ได้

 

4 อานิสงส์หรือผลดีของการทอดกฐิน

การทอดกฐินถือเป็นการทำบุญพิเศษที่ทำได้เพียงปีละครั้ง และต้องอยู่ภายในกำหนดเวลาหนึ่งเดือนตามพุทธบัญญัติ ดังนั้น อานิสงส์ หรือผลดีจึงมีหลายประการ กล่าวคือ ได้สงเคราะห์พระสงฆ์ผู้จำพรรษาให้ได้ผ้านุ่งห่มใหม่ ได้ชื่อว่าทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา สร้างกุศลจิตแก่ผู้ทำบุญเพราะทำด้วยความเลื่อมใสศรัทธา อีกทั้งการทอดกฐินยังก่อให้เกิดความสามัคคี เป็นการร่วมมือกันทำคุณงามความดี และหากการถวายกฐินนั้นมีส่วนในการบูรณะปฏิสังขรณ์วัดวาอาราม ก็จะได้ชื่อว่ามีส่วนช่วยรักษาศาสนสถานและศาสนวัตถุให้ยั่งยืนต่อไป

5 การจองกฐิน

วัดราษฎร์ทั่วไป นิยมทำเป็นหนังสือจองกฐินไปติดต่อประกาศไว้ยังวัดที่จะทอดถวาย เป็นการเผดียงสงฆ์ให้ทราบวันเวลาที่จะไปทอด หรือจะไปนมัสการเจ้าอาวาสให้ทราบไว้ก็ได้

สำหรับการขอพระราชทานผ้าพระกฐินไปทอด ณ พระอารามหลวงให้แจ้งกรมการศาสนา เพื่อขึ้นบัญชีไว้กราบบังคมทูลและแจ้งให้วัดทราบ ในทางปฏิบัติผู้ขอพระราชทานจะไปติดต่อกับทางวัดในรายละเอียดต่าง ๆ จนก่อนถึงวันกำหนดวันทอด จึงมารับผ้าพระกฐิน และเครื่องกฐินพระราชทานจากกรมศาสนา

 

6 การนำกฐินไปทอด

ทำได้สองอย่าง อย่างหนึ่งคือนำผ้ากฐินทานกับเครื่องบริวารที่จะถวายไปตั้งไว้ ณ วัดที่จะทอดก่อน พอถึงวันกำหนดเจ้าภาพผู้เป็นเจ้าของกฐิน หรือรับพระราชทานผ้ากฐินทานมาจึงพากันไปยังวัดเพื่อทำพิธีถวาย อีกอย่างหนึ่ง ตามคติที่ถือว่าการทอดกฐินเป็นการถวายทานพิเศษแก่พระสงฆ์ที่ได้จำพรรษาครบไตรมาส นับว่าได้กุศลแรง จึงได้มีการฉลองกฐินก่อนนำไปวัดเป็นงานใหญ่ มีการทำบุญเลี้ยงพระที่บ้านของผู้เป็นเจ้าของกฐิน และเลี้ยงผู้คน มีมหรสพสมโภช และบางงานอาจมีการรวบรวมปัจจัยไปวัดถวายพระอีกด้วยเช่น ในกรณีกฐินสามัคคี พอถึงกำหนดวันทอดก็จะมีการแห่แหนเป็นกระบวนไปยังวัดที่จะทอด มีเครื่องบรรเลงมีการฟ้อนรำนำขบวนตามประเพณีนิยม

 

7 การถวายกฐิน

นิยมถวายในโบสถ์ โดยเฉพาะกฐินพระราชทาน ก่อนจะถึงกำหนดเวลาจะเอาเครื่องบริวารกฐินไปจัดตั้งไว้ในโบสถ์ก่อน ส่วนผ้ากฐินพระราชทานจะยังไม่นำเข้าไป พอถึงกำหนดเวลาพระสงฆ์ที่จะรับกฐิน จะลงโบสถ์พร้อมกัน นั่งบนอาสนที่จัดไว้ เจ้าภาพของกฐิน พร้อมด้วยผู้ร่วมงานจะพากันไปยังโบสถ์ เมื่อถึงหน้าโบสถ์เจ้าหน้าที่จะนำผ้าพระกฐินไปรอส่งให้ประธาน ประธานรับผ้าพระกฐินวางบนมือถือประคอง นำคณะเดินเข้าสู่โบสถ์ แล้วนำผ้าพระกฐินไปวางบนพานที่จัดไว้หน้าพระสงฆ์ และหน้าพระประธานในโบสถ์ คณะที่ตามมาเข้านั่งที่ ประธานจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย แล้วกราบพระพุทธรูปประธานในโบสถ์แบบเบญจางคประดิษฐ์สามครั้ง แล้วลุกมายกผ้าพระกฐินในพานขึ้น ดึงผ้าห่มพระประธานมอบให้เจ้าหน้าที่ รับไปห่มพระประธานทีหลัง แล้วประนมมือวางผ้าพระกฐินบนมือทั้งสอง หันหน้าตรงพระสงฆ์แล้วกล่าวคำถวายผ้าพระกฐิน จบแล้วพระสงฆ์รับ สาธุการ ประธานวางผ้าพระกฐินลงบนพานเช่นเดิม แล้วกลับเข้านั่งที่ ต่อจากนี้ไปเป็นพิธีกรานกฐินของพระสงฆ์

หมายเหตุ

 

ในการทอดกฐินนี้ ยังมีกฐินและข้อพิเศษที่ควรนำมากล่าวไว้ด้วย คือ 1. จุลกฐิน 2.ธงจระเข้

  1. จุลกฐิน มีกฐินพิเศษอีกชนิดหนึ่ง เรียกว่าจุลกฐินเป็นงานที่มีพิธีมาก ถือกันว่ามาแต่โบราณว่า มีอานิสงส์มากยิ่งนัก วิธีทำนั้น คือเก็บผ้ายมากรอเป็นด้วย และทอให้แล้วเสร็จเป็นผืนผ้าในวันเดียวกัน และนำไปทอดในวันนั้น กฐินชนิดนี้ ต้องทำแข่งกับเวลา มีผู้ทำหลายคน แบ่งกันเป็นหน้าที่ ๆ ไป ในปัจจุบันนี้ไม่ค่อยนิยมทำกันแล้ว “วิธีทอดจุลกฐินนี้ มีปรากฏในหนังสือเรื่องคำให้การชาวกรุงเก่าว่า บางทีเป็นของหลวงทำในวันกลางเดือน 12 คือ ถ้าสืบรู้ว่าวัดไหนยังไม่ได้รับกฐิน ถึงวันกลางเดือน 12 อันเป็นที่สุดของพระบรมพุทธานุญาตซึ่งพระสงฆ์จะรับกฐินได้ในปีนั้น จึงทำผ้าจุลกฐินไปทอด มูลเหตุของจุลกฐินคงเกิดแต่จะทอดในวันที่สุดเช่นนี้ จึงต้องรีบร้อนขวนขวายทำให้ทัน เห็นจะเป็นประเพณีมีมาเก่าแก่ เพราะถ้าเป็นชั้นหลังก็จะเที่ยวหาซื้อผ้าไปทอดได้หาพักต้องทอใหม่ไม่” (จากวิธีทำบุญ ฉบับหอสมุด หน้า 119)
  2. ธงจระเข้ ปัญหาที่ว่าเพราะเหตุไรจึงมีธงจระเข้ยกขึ้นในวัดที่ทอดกฐินแล้ว ยังไม่ปรากฎหลักฐาน และข้อวิจารณ์ อันสมบูรณ์โดยมิต้องสงสัย เท่าที่รู้กันมี 2 มติ คือ
  3. ในโบราณสมัย การจะเดินทางต้องอาศัยดาวช่วยประกอบเหมือน เช่น การยกทัพเคลื่อนขบวนในตอนจวนจะสว่าง จะต้องอาศัยดาวจระเข้นี้ เพราะดาวจระเข้นี้ขึ้นในจวนจะสว่าง การทอดกฐิน มีภาระมาก บางทีต้องไปทอด ณ วัดซึ่งอยู่ไกลบ้าน ฉะนั้น การดูเวลาจึงต้องอาศัยดาว พอดาวจระเข้ขี้น ก็เคลื่อนองค์กฐินไปสว่างเอาที่วัดพอดี และต่อมาก็คงมีผู้คิดทำธงในงานกฐิน ในชั้นต้น ก็คงทำธงทิวประดับประดาให้สวยงานทั้งที่องค์กฐิน ทั้งที่บริเวณวัดและภายหลัย คงหวั่นจะให้เป็นเครื่องหมายเนื่องด้วยการกฐิน ดังนั้น จึงคิดทำธงรูปจระเข้ เสมือนประกาศให้รู้ว่าทอดกฐินแล้ว
  4. อีกมติหนึ่งเล่าเป็นนิทานโบราณว่า ในการแห่กฐินในทางเรือของอุบาสกผู้หนึ่ง มีจระเข้ตัวหนึ่งอยากได้บุญจึงอุตส่าห์ว่ายตามเรือไปด้วย แต่ยังไม่ทันถึงวัดก็หมดกำลังว่ายตามต่อไปอีกไม่ไหว จึงร้องบอกอุบาสกว่า เหนื่อยนักแล้ว ไม่สามารถจะว่ายตามไปร่วมกองการกุศล วานท่านเมตตาช่วยเขียนรูปข้าพเจ้า เพื่อเป็นสักขีพยานว่าได้ไปร่วมการกุศลด้วยเถิด อุบาสกผู้นั้นจึงได้เขียนรูปจระเข้ยกเป็นธงขึ้นในวัดเป็นปฐม และสืบเนื่องมาจนบัดนี้

ธงกฐินทั้ง 4 คือ จระเข้ นางมัจฉา ตะขาบ และเต่า เป็นปริศนาธรรมของคนโบราณ

จระเข้ หมายถึง ความโลภ ( ปากใหญ่ กินไม่อิ่ม )

ตะขาบ หมายถึง ความโกรธ ( พิษที่เผ็ดร้อนเหมือนความโก รธที่แผดเผาจิต )

นางมัจฉา หมายถึง ความหลง ( เสน่ห์แห่งความงามที่ชวนหลง ใหล )

เต่า หมายถึง สติ ( การระวังรักษาอายตนะทั้ง 6 ดุจเต่าที่หดอวัยวะซ่อนในกร ะดอง )

 

” ธงจระเข้ ” ใช้ประดับในการแห่ ( มีตำนานว่าเศรษฐ๊เกิดเป็นจร ะเข้ว่ายน้ำตามขบวนกฐินจนขาดใจตาย )

” ธงนางมัจฉา ” ใช้ประดับงานพิธีถวายผ้ากฐิน ( เป็นตัวแทนหญิงสาว ตามความเชื่อว่าอานิสงส์จากการถวายผ้าแก่ภิกษุสงฆ์จะมีรูปงาม )

” ธงตะขาบ ” ใช้ประดับเพื่อแจ้งว่า วัดนี้มีคนมาจองกฐินแล้ว ( ให้ผู้จะมาปวารณาทอดกฐินผ่า นไปวัดอื่นเลย ไม่ต้องเสียเวลามาถาม )

” ธงเต่า ” ใช้ประดับเพื่อแจ้งว่า วัดนี้ทอดกฐินเรียบร้อยแล้ว  ( จะปลดลงในวันเพ็ญเดือน 12 )

ในปัจจุบันจะเห็นเพียงธงจระ เข้ และนางมัจฉา ที่จะปรากฎในงานกฐิน ส่วนธงตะขาบ และเต่าพบเห็นได้น้อย จะมีเป็นบางวัดที่ยังคงรักษาธรรมเนียมเก่าอยู่

 

ที่มา

กระทรวงวัฒนธรรม.  (2558).  ประเพณีทอดกฐิน.  สืบค้นเมื่อ 28 กันยายน 2560, จาก   https://www.m-culture.go.th/young/ewt_news.php?nid=590&filename=index

ธรรมะไทย.  (2559).  การทอดกฐิน.  สืบค้นเมื่อ 28 กันยายน 2560, จาก  http://www.dhammathai.org/day/kathin.php

ธวัช ปุณโณทก.  (2547).  วรรณกรรมอีสาน.  กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยรามคำแหง.

ปรีชา พิณทอง.  (2534).  ประเพณีโบราณไทยอีสาน.  อุบลราชธานี: ศิริธรรมออฟเซท.

การทอกกฐิน : www.dhammathi.org

Post

พิธีอัญเชิญตราพระราชลัญจกรและประดับตรามหาวิทยาลัย
วันที่ 31 สิงหาคม 2560

Post

ประกวดดาว-เดือน คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ประจำปีการศึกษา 2560

 

 

กิจกรรมต่างๆในวันวิทยาศาสตร์ ราชภัฏอุดรธานีวิชาการ 2560 คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
– การแข่งขันตอบปัญหา “การพัฒนาชุมชน ท้องถิ่น และสังคม” (สาขาวิชาการพัฒนาสังคม) >>รายละเอียด<<
– ประกวดวาดภาพศิลปะ เนื่องในวันวิทยาศาสตร์-ราชภัฏอุดรธานีวิชาการ หัวข้อ “คิดถึงพ่อ” (สาขาวิชาทัศนศิลป์) >>รายละเอียด<<
– การแข่งขันตอบปัญหากฎหมาย เนื่องในวันวิทยาศาสตร์-ราชภัฏอุดรธานีวิชาการ (สาขาวิชานิติศาสตร์) >>รายละเอียด<<
– การประกวดสุนทรพจน์เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย หัวข้อ “สุจริตทั้งกายใจ ช่วยไทยพัฒนา” (สาขาวิชาภาษาไทย) >>รายละเอียด<<
– การแข่งขันการตอบปัญหาภาษาไทย ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย เนื่องในวันวิทยาศาสตร์-ราชภัฏอุดรธานีวิชาการ (สาขาวิชาภาษาไทย) >>รายละเอียด<<
– การแข่งขันการตอบปัญหาภาษาอังกฤษ ระดับประถมศึกษา(ป.5-6) มัธยมศึกษาตอนต้น มัธยมศึกษาตอนปลาย/ปวช และระดับอุดมศึกษา (สาขาวิชาภาษาอังกฤษ) >>รายละเอียด<<
– การประกวดกล่าวสุนทรพจน์ภาษาอังกฤษ หัวข้อ Preserving and Promoting “Thainess”  in the Fast- changing Global Context   (สาขาวิชาภาษาอังกฤษ) >>รายละเอียด<<
– การแข่งขัน Business English Vocabulary Challenge  (สาขาวิชาภาษาอังกฤษธุรกิจ) >>รายละเอียด<<

 

 

กิจกรรมมหาวิทยาลัย วันวิทยาศาสตร์ ราชภัฏอุดรธานีวิชาการ 2560

Post

รียนเชิญอาจารย์คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ทุกท่าน เข้าร่วมอบรมเชิงปฏิบัติการ การจัดทำ มคอ.7 วันที่ 18 – 19 พฤษภาคม 2560 ณ ห้องประชุมยูงทอง

ไม่มีข้อความกำกับภาพอัตโนมัติ

ในภาพอาจจะมี ข้อความในภาพอาจจะมี ข้อความ

Post

เรียนเชิญอาจารย์ที่สนใจเข้าร่วมอบรมสัมมนา

โดยวิทยากร ผศ.ดร.วีรสิทธิ์ สิทธิไตรย์ (ที่ปรึกษาสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.))

สามารถแจ้งชื่อเข้าร่วมได้ที่ Facebook และสำนักงานคณบดี ภายในวันพุธ ที่  18 มกราคา 2560